วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประวัติชุมชนของตัวเอง




 ประวัติวัดบูรพาราม
          สำหรับวัดบูรพาราม เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างขึ้นสมัยกรุงธนบุรี มีอายุประมาณ 200 ปี เท่า ๆ กับอายุของ จ.สุรินทร์ โดย "พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์ จางวาง" หรือ (ปุม) เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก ร่วมมือกันสร้างกับชาวบ้าน เมื่อประมาณ พ.ศ. 2300-2330 ซึ่งตั้งชื่อในตอนนั้นว่า "วัดบูรพ์" 

          แรกเริ่มเดิมที วัดนี้เป็นวัดมหานิกาย แต่ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2476 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโสอ้วน) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะมณฑล ได้อนุมัติให้วัดบูรพ์เป็นวัดในสังกัดคณะธรรมยุตและได้นิมนต์ พระราชวุฒาจารย์ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ซึ่งปฏิบัติธุดงค์กรรมฐานอยู่ ให้มาประจำอยู่ที่วัดบูรพาราม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และร่วมเป็นคณะพระสังฆาธิการ

          วัดบูรพาราม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 และเป็นวัดสำคัญของจังหวัดสุรินทร์  เนื่องมากจากเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของสุรินทร์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบูรพาราม ประดิษฐานอยู่ในมณฑปจัตุรมุข นับเป็นปูชนียวัตถุที่ชาวสุรินทร์เคารพบูชาอย่างมาก

          นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์ อตุโล) พระเถระสายพระกัมมัฏฐานด้านการภาวนาจิต ที่มีชื่อเสียงในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม สายพระกัมมัฏฐาน ท่านได้เคยจำพรรษาอยู่ ณ วัดบูรพาราม ตั้งแต่ พ.ศ. 2477 จนกระทั่งมรณภาพ พ.ศ. 2526 ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดุลย์ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ดุลย์ อตุโล พร้อมทั้งภาพประวัติพระเถระด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน อันประกอบด้วยพระอาจารย์เสาร์ พระอาจารย์มั่นและลูกศิษย์


 ที่ตั้ง

          วัดบูรพาราม มีเนื้อที่ทั้งสิ้น  10 ไร่ 65 ตารางวา  ตั้งอยู่ที่ ถ.จิตรบำรุง ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์  โดยเส้นทางเข้าสู่วัดบูรพารามวัดบูรพารามตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จึงมีเส้นทางเข้าออกได้หลายเส้นทาง ได้แก่ ถนนกรุงศรีใน ถนนธนสาร และถนนจิตรบำรุง วัดบูรพารามตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ 


 รายนามเจ้าอาวาส ตั้งแต่รูปแรกจนถึงปัจจุบัน 

          (พ.ศ. 2400-พ.ศ. 2476 ไม่ทราบชื่อเจ้าอาวาส)
          1. พระราชวุฒาจารย์ (ดุลย์ อตุโล) พ.ศ. 2476-พ.ศ. 2526
          2. พระรัตนากรวิสุทธิ์ (เสถียร สถิโร) พ.ศ. 2526-พ.ศ. 2538
          3. พระราชวรคุณ (สมศักดิ์ ปณฺฑิโต) พ.ศ. 2539 ถึงปัจจุบัน


 ถารวัตถุ ปูชนียสถาน และสิ่งก่อสร้างที่สำคัญของวัด มีดังนี้ 

           พระอุโบสถหลังใหญ่ กว้าง 15 เมตร  ยาว 32 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2479 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันปรับปรุงโครงสร้างใหม่และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติที่งดงาม

           วิหารจตุรมุข ประดิษฐานพระคู่เมือง (หลวงพ่อพระชีว์) แบบทรงไทย สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2506 ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2538 โดยปรับปรุงให้มีความวิจิตรมากขึ้น มีบันไดทางขึ้นวิหาร 2 ทาง มีรูปปั้นหุ่นพญานาคลักษณะศิลปไทยเลื้อยลงตามระเบียงบันไดทั้งสองข้าง

           พระปฏิมากร หลวงพ่อพระชีว์ เป็นพระพุทธรูปโบราณ ชาวเมืองนับถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ คู่เมืองสุรินทร์ ประดิษฐานในวิหารจตุรมุข หน้าตักกว้าง 2 เมตร 9 เซนติเมตร สูง 3 เมตร 49 เซนติเมตร โดยประมาณ  ลักษณะปางสะดุ้งมาร มีพุทธลักษณ์ละม้ายไปทางศิลปะแบบขอมในยุคขอมเรืองอำนาจ สร้างเมื่อ พ.ศ. ไหนไม่แน่นอน

           พระปฏิมากร พระพุทธชินราชจำลอง พระประธานประจำวัด หน้าตักกว้าง 1 เมตร 49 เซนติเมตร สูง 2 เมตร 19 เซนติเมตร โดยประมาน ลักษณะปางสะดุ้งมาร ประดิษฐานในพระอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2489

           พระปฏิมากร หลวงพ่อพระชีว์จำลอง องค์เล็ก หน้าตักกว้าง 89 เซนติเมตร สูง 1 เมตร 49 เซนติเมตร ประดิษฐานในวิหารหลวงพ่อพระชีว์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2541

           ศาลาอตุลเถระ ลักษณะทรงไทยคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น สำหรับใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลทั่วไป และใช้เป็นสถานที่อบรม ปฏิบัติธรรม สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2512

           อาคารโรงเรียน พระปริยัติธรรมวัดบูรพาราม ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2513

           พิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระลักษณะทรงไทยประยุกต์ สำหรับเก็บอัฐิธาตุ และบริขาร พระราชวุฒาจารย์    (หลวงปู่ดูลย์  อตุโล) และประดิษฐานรูปเหมือน หลวงปู่ดูลย์  อตุโล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2527

           รูปปั้นเหมือนพระราชวุฒาจารย์ ขนาดหน้าตักกว้าง 82 เซนติเมตร สูง 2 เมตร 3 เซนติเมตร โดยประมาณ ประดิษฐานภายในพิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระ

           รูปปั้นเหมือนพระราชวุฒาจารย์ ลักษณะหุ่นขี้ผึ้ง หน้าตักกว้าง 80 เซนติเมตร สูง 85 เซนติเมตร โดยประมาณ ประดิษฐานภายในพิพิธภัณฑสถาน อตุลเถระ 

           ศาลาปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน (เบญจวรรณ) ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น สำหรับใช้ปฏิบัติธรรม ทำวัตรเย็น ของพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2540

           กุฏิสงฆ์ มีจำนวน 17 หลัง เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2524 สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นแบบทรงไทย


          หากมีโอกาส ขอเชิญชวนเพื่อน ๆ ไปสักการะ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ที่วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ กันนะคะ











ที่มา http://travel.kapook.com/view81658.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น